หน่วยที่  1  การบัญชีซื้อขายผ่อนชำระ

ความหมายและลักษณะของการซื้อขายผ่อนชำระ

        การซื้อขายผ่อนชำระ  หมายถึง  การขายสินค้าที่ผู้ขายส่งมอบสินค้าหรือให้บริการแก่ผู้ซื้อโดยผู้ขายตกลงยินยอมให้ผู้ซื้อชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการเป็นงวด ๆ โดยรับเงินจำนวนหนึ่ง  ครั้งแรกถือเป็นการวางมัดจำก่อน  เงินจำนวนนี้ เรียกว่า เงินดาวน์  หลังจากนั้นผู้ซื้อจะผ่อนชำระส่วนที่เหลือเป็นงวด ๆ ตามระยะเวลาที่ตกลงกันอาจจะมีการคิดดอกเบี้ยสำหรับเงินที่ค้างชำระ หรือไม่คิดดอกเบี้ยก็ได้

หลักการบัญชีเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายผ่อนชำระ

        ตามหลักการบัญชีกำไรของกิจการ จะเกิดขึ้นเมื่อมีการจำหน่ายสินค้านั้นได้ เช่น กิจการจำหน่ายสินค้าเป็นเงินเชื่อ  จึงแสดงยอดขายสินค้าเป็นรายได้ในงวดบัญชีที่มีการจำหน่ายสินค้านั้นโดยไม่จำเป็นต้องรอการเก็บเงินจากลูกหนี้ได้ก่อน  แต่ในกรณีการขายผ่อนชำระ มีระยะเวลาการผ่อนชำระหนี้ที่ยาวนาน ทำให้เกิดความไม่แน่นอนในการเก็บหนี้  ประกอบกับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการขายผ่อนชำระ เกิดขึ้นในงวดบัญชีภายหลังเป็นจำนวนมาก  จึงจำเป็นต้องกระจายไปในหลาย ๆ งวด  ดังนั้นจึงมีการยอมรับหลักการบัญชีที่ว่า  รายได้จากการขายผ่อนชำระ ยังไม่ถือเป็นรายได้จนกว่าจะเก็บเงินได้  หลักการบัญชีโดยรอการถือเป็นรายได้จากการขายเงินผ่อนไว้  จนกว่าจะเก็บเงินค่าสินค้าได้  เรียกว่า  หลักการบัญชีตามเกณฑ์การขายผ่อนชำระ   ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมายภาษีอากร

    การปฏิบัติตามหลักการบัญชีตามเกณฑ์การขายผ่อนชำระ ได้รับการสนับสนุนจากกฎหมายว่าด้วยภาษีอากร  ซึ่งเป็นผลทำให้กิจการสามารถเลื่อนการชำระภาษีเงินได้ออกไป  จนกว่าจะเก็บเงินค่าสินค้านั้นได้  แต่ในบางประเทศมีแนวความคิดเกี่ยวกับการคำนวณกำไรจากการขายผ่อนชำระเช่นเดียวกับการขายเชื่อ คือ ถือ กำไรเป็นรายได้ในงวดบัญชีที่จำหน่ายสินค้านั้นได้

วิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายผ่อนชำระ

    วิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายผ่อนชำระ  ควรระบุเงื่อนไขที่สำคัญไว้ดังนี้

    1.  ใช้วิธีการเช่าซื้อสินทรัพย์  จนกว่าจะชำระเงินค่างวดสุดท้าย

    2.  กรรมสิทธิ์ในสินทรัพย์หรือสินค้าจะเป็นของผู้ซื้อ ต่อเมื่อผู้ซื้อจะต้องชำระเงินค่างวดสุดท้ายแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาแบบมีเงื่อนไย

    3.  โอนกรรมสิทธิ์ให้กับผู้รักษาผลประโยชน์หรือบริษัทเงินทุนไว้  จนกว่าจะมีการผ่อนชำระเงินงวดสุดท้ายแล้ว  จึงโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าให้กับผู้ซื้อ แต่ถ้าไม่ชำระเงินงวดกรรมสิทธิ์จะกลับเป็นของผู้ขายอย่างเดิม

 

วิธีการบันทึกบัญชีตามเกณฑ์การขายผ่อนชำระ

    การบันทึกบัญชี  จะบันทึกตามเกณฑ์การขายผ่อนชำระ  โดยถือกำไรจากการขายผ่อนชำระเกิดขึ้นตามส่วนของยอดขายที่เก็บเงินได้ในแต่ละปี  เงินที่เก็บได้นี้  ถือเป็นการคืนทุนส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่ง ถือเป็นกำไรขั้นต้น  ทั้งนี้  โดยคำนึงถึงค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารทั่วไปถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละปี

    วิธีการบันทึกผลต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนขาย เป็นกำไรขั้นต้นที่ยังไม่ถือเป็นรายได้และโอนเป็นรายได้ตามส่วนของเงินงวดที่เก็บได้ ส่วนค่าใช้จ่ายที่นำมาหักจากรายได้ตามเกณฑ์นี้ให้ถือว่า  ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการขายผ่อนชำระในงวดใด ก็ให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายหักจากำไรในงวดบัญชีนั้น

    วิธีการบัญชีที่ดีสำหรับการขายผ่อนชำระ  ปัจจุบันนิยมแสดงยอดขายผ่อนชำระ และต้นทุนขายผ่อนชำระของแต่ละปี  ให้ปรากฏในงบกำไรขาดทุนประจำปีด้วย โดยนำกำไรขึ้นต้นที่ยังไม่ได้รับเงิน หัก  ออกจากกำไรขั้นต้นของปี  แล้ว บวก  ด้วยกำไรขั้นต้นจากการขายผ่อนชำระของปีก่อนที่ได้รับเงินในปีปัจจุบัน  รวมเป็นรายได้ของปีปัจจุบัน ส่วนกำไรขั้นต้นจากการขายผ่อนชำระที่ยังไม่ได้รับเงินทั้งสิ้น  จะปรากฏในงบดุลเมื่อวันสิ้นงวดบัญชี  เป็นรายได้จากการขายผ่อนชำระรอตัดบัญชี

การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับการขายผ่อนชำระ มีบัญชีต่าง ๆ ที่เพิ่มเติมจากการขายปกติ  ดังนี้

1.  บัญชีขาย  บัญชีลูกหนี้  และบัญชีต้นทุนขาย  ให้ระบุด้วยว่า  เกิดจากการขายผ่อนชำระ  หรือขายโดยเช่าซื้อ เพื่อแยกต่างหากจากการขายปกติ

2.  บัญชีกำไรขั้นต้นขายผ่อนชำระ  เกิดจากราคาขาย  หัก  ด้วยต้นทุนขาย  ซึ่งเป็นกำไรขั้นต้นที่ยังไม่ถือเป็นรายได้ จึงตั้งรอตัดบัญชีไว้ก่อนอันมีลักษณะเหมือบัญชีหนี้สิน  ซึ่งจะปรากฎในงบดุลเมื่อวันสิ้นงวดบัญชี

3.  บัญชีกำไรขั้นต้นขายผ่อนชำระ  หรือโดยเช่าซื้อที่ยังไม่ได้รับเงินเกิดจากราคาขาย  หัก  ด้วยต้นทุนขาย  ซึ่งจะปรากฎยอดผลต่างอยู่ทางด้านเดบิต  เป็นกำไรขั้นต้นที่ยังไม่ถือเป็นรายได้  เพราะยังเก็บเงินไม่ได้  ต่อเมื่อเกิบเงินจากลูกหนี้ได้  ก็จะโอนกำไรขั้นต้นขายผ่อนชำระ  ซึ่งจะปรากฎยอดอยู่ทางด้นเครดิต

4.  บัญชีกำไรขั้นต้นขายผ่อนชำระ  เกิดจากการขายปีก่อน  แต่มาเก็บเงินได้ในปีปัจจุบัน  จึงถือเป็นรายได้ของปีปัจจุบัน

                โดยปกติการคำนวณกำไร  จากการซื้อขายผ่อนชำระและการเช่าซื้อ  มักจะแยกจากการซื้อขายปกติ  ซึ่งการคำนวณกำไรจากการขายผ่อนชำระและการเช่าซื้อ แยกออกเป็นกำไรที่ถือเป็นรายได้และไม่ถือเป็นรายได้  โดยศัพท์ทางบัญชีใช้คำว่า  รับรู้รายได้ และไม่รับรู้รายได้ 

    -  กำไรที่ถือเป็นรายได้  ( รับรู้รายได้)   คำนวณจากจำนวนเงินที่เก็บได้จากลูกหนี้ระหว่างปี  คูณ  ด้วยอัตรากำไรขั้นต้น

    -   กำไรที่ยังไม่ถือเป็นรายได้  ( ไม่รับรู้รายได้)   คำนวณจากลูกหนี้ที่ยังเก็บเงินไม่ได้  คูณ  ด้วยอัตรากำไรขั้นต้น

 

การคำนวณหาอัตรากำไรขั้นต้น

อัตรากำไรขั้นต้น ( ปีปัจจุบัน)            =    ราคาขาย  -   ต้นทุนขาย
                                                                                                    * 100
                                                                           ราคาขาย

อัตรากำไรขั้นต้น ( ปีก่อน)            =    กำไรขั้นต้นขายผ่อนชำระรอตัดบัญชีปีก่อนยอกมา
                                                                                                                                * 100
                                                            ลูกหนี้ขายผ่อนชำระปีก่อนยกมา

 

BACK                                                                                                                                        NEXT